Skip to content

เกาะจิก

เกาะจิกตั้งอยู่ที่ ตำบลบางชัน เป็นเกาะซึ่งมีการนำร่องโครงการใช้พลังงานทดแทนแบบผสมผสานโดยมีการใช้ พลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องปั่นไฟสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าไฟฟ้าให้แก่บ้านเรือนบนเกาะ ประมาณ 100 หลังคาเรือนโดยใช้การเก็บค่าไฟแบบเติมเงิน ประชากรส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง เลี้ยงปลา กุ้งแห้งการเดินทาง ใช้ถนนสุขุมวิทจนถึงสามแยกไปท่าเรือเกาะช้างเฟอร์รี่ ให้เลี้ยวขวา ไปทางเดียวกับท่าเรือเกาะช้างเฟอร์รี่

สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์

ภูพยัคฆ์ เดิมชื่อ ภูผายักษ์ บนยอดภูเป็นหินผาสวยงาม มีสภาพเป็นป่าดิบและเป็นดงเสือ จึงได้ชื่อว่า ภูพยัคฆ์ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร เคยเป็นที่ปลูกฝิ่นของราษฎรชาวไทยภูเขา ก่อนปี 2523 เคยเป็นสมรภูมิรบ ระหว่างทหารไทยกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ปัจจุบัน ภูพยัคฆ์ ได้เปลี่ยนจากสมรภูมิรบ แหล่งวางกับดักระเบิดเป็น สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ พัฒนาให้ราษฎรชายไทยภูเขามีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู

วัดสระบัวแก้ว

วัดสระบัวแก้ว ตั้งอยู่ที่บ้านวังคูณ ต.หนองเม็ก อ.หนองสองห้อง สิมสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2474 สมัยรัชการ7 โดยพระครูวิบูลย์พัฒนยุกต์ (หลวงพ่อผุย) เจ้าอาวาสในขณะนั้น ได้นำแบบวัดบ้านยาง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน เป็นแบบในการก่อสร้าง ช่างแต้มคือ นายกิ นายทองมา นายน้อยบ้านโศกธาตุ และนายพรหมา จาก อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ร่วมเขียนด้วย

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

อาคารรูปทรงเก้าเหลี่ยม หลังคาเป็นรูปพระมาลาหรือหมวกยอดแหลมแห่งนี้ เป็นที่เคารพสักการะของชาวจันทบุรีมายาวนาน แต่เดิมทีเดียวนั้น เป็นเพียงศาลไม้อยู่ด้านข้างศาลหลักเมือง ต่อมาในปี พ.ศ. 2463 สมัยหม่อมเจ้าสฤษดิเดช ชยางกูร สมุหเทศาภิบาลมณฑลจันทบุรี ได้สร้างศาลใหม่ขึ้นบริเวณด้านหน้าค่ายทหารกองพันนาวิกโยธิน ลักษณะเป็นศาลคอนกรีตสี่เหลี่ยมจัตุรมุข มีบันไดด้านหน้าและด้านข้างสามทาง กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ

ตลาดกลางคืน ปากคลองตลาด

ตลาดกลางคืน ปากคลองตลาด แต่เดิมเป็นตลาดค้าปลาขนาดใหญ่ โดยปลาที่ส่งมานั้นถูกส่งตรงมาจากแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาครผ่านทางแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาจึงค่อยเปลี่ยนมาเป็นตลาดที่เป็นแหล่งจำหน่ายผัก ผลไม้ และดอกไม้สดปัจจุบัน ปากคลองตลาดประกอบด้วยตลาดหลัก 4 แห่งได้แก่ ตลาดองค์การตลาดเป็นของรัฐ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ตลาดยอดพิมานเป็นของเอกชน และตลาดส่งเสริมเกษตรไทยเป็นของเอกชน

พุทธสถานภูปอ

ตั้งอยู่ตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข 2319 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์ ฝีมือช่างจากสมัยทวารวดี จำหลักบนหน้าผา 2 องค์ เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และใกล้เคียง องค์แรกประดิษฐานอยู่บนเชิงเขาทางขึ้น องค์ที่ 2 ประดิษฐานอยู่บนภูปอ

หอชมวิวเขาขาด

หากอยากดื่มด่ำทัศนียภาพของภูเก็ตแบบสุดสายตาพานอรามา ที่เผยให้เห็นความงามของอ่าวต่าง ๆ ทั้งอ่าวฉลอง แหลมพันวา รวมทั้งเกาะเล็กเกาะน้อยที่โผล่ขึ้นมาเหนือผืนทะเลสีคราม เช่น เกาะสิเหร่ เกาะบอน ฯลฯ คุณต้องเดินขึ้นมาชมวิว ณ หอชมวิวแห่งนี้ ซึ่งสร้างขึ้นตามโครงการขององค์การบริหารส่วนตำบลวิชิต โดยมีลักษณะเป็นหอชมวิวที่สูงประมาณตึกสามสี่ชั้น

หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ

ไทดำ บ้านนาป่าหนาด เป็นกลุ่มชาวไทกลุ่ม หนึ่งที่เคยตั้งรกรากอยู่ในเมืองไทดำ บริเวณลุ่มแม่น้ำดำและแม่น้ำแดงในเขตเวียดนามเหนือ เมื่อปี พ.ศ.2425 สมัยสงครามฮ่อ และหลังจากสงครามยุติลง ไทดำส่วนหนึ่งจึงได้อพยพผ่านเข้ามาสู่ประเทศไทย กลุ่มหนึ่งที่เรารู้จักกันดีก็คือ “ไทดำ” หรือ “ลาวโซ่ง” ที่อยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี ส่วนหนึ่งจะอาศัยอยู่ทางภาคกลาง ส่วนกลุ่มสุดท้ายก็อาศัยอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด จังหวัดเลย นี่เอง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสำโรง

ด้วยต้องการสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยในอดีต พระครูสิริ ปุญญาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดสำโรง จึงได้ร่วมกับชาวบ้าน บริจาคอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้พื้นบ้าน และเครื่องมือจับสัตว์น้ำ ที่เป็นของตกทอดตั้งแต่สมัยโบราณ มาเก็บรวบรวมไว้ใน ‘พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสำโรง’ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2542 ปัจจุบันห้องพิพิธภัณฑ์อยู่บริเวณชั้นล่างของศาลาอเนกประสงค์ โดยแบ่งการจัดแสดงเป็นหมวดหมู่ ดังนี้

น้ำตกตะคร้อ และน้ำตกสลัดได

สมกับเป็นจังหวัดมีความหลากหลายในการท่องเที่ยว โดยเฉพาะใครที่ชื่นชอบธรรมชาติอยากเห็นป่าเขา ลำเนาไพรของปราจีนบุรี ขอแนะนำน้ำตกตะคร้อที่มีทั้งเนินเขาและป่าโปร่งโอบล้อมน้ำตกเอาไว้ แม้จะเป็นน้ำตกที่ไม่ใหญ่มาก แต่แค่ได้เดินทอดน่องบนสะพานแขวนข้ามน้ำตกตะคร้อ ปล่อยใจไปกับความงามของธรรมชาติรอบด้าน ยินเสียงน้ำตกสาดกระเซ็นจากเบื้องสูงลงมากระทบก้อนหินด้านล่าง